Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

ทุกวัน

09.00 - 18.00 น.

เราช่วยคุณได้

@sunshine2010

Travel License : 51/01156

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

เที่ยวโตเกียวช่วงสิ้นปี สนุกครบ จบในทุกสไตล์

เที่ยวโตเกียวช่วงสิ้นปี สนุกครบ จบในทุกสไตล์

22

Dec

ญี่ปุ่น

เที่ยวโตเกียวช่วงสิ้นปี สนุกครบ จบในทุกสไตล์

โตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่นที่ผสมผสานระหว่างความทันสมัยและความเป็นญี่ปุ่นดั้งเดิมได้อย่างลงตัว กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักเดินทางทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสิ้นปี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่สวยงามและมีเสน่ห์ที่สุดของปี

เมื่ออากาศเย็นสบาย บรรยากาศเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ครอบคลุมไปทั่วทุกมุมเมือง ไฟประดับ (Illumination) ส่องสว่างไสวไปตามถนนหนทาง อาคารสูง และสวนสาธารณะ ทำให้โตเกียวกลายเป็นเมืองแห่งแสงไฟที่สวยงามตระการตา ไม่ว่าคุณจะเป็นนักช้อป นักชิม นักผจญภัย หรือแค่อยากหาที่พักผ่อนชิลล์ๆ โตเกียวช่วงสิ้นปีมีทุกอย่างให้คุณได้สัมผัส วันนี้เรามีไกด์ครบจบทุกสไตล์การเดินทางมาฝากกันค่ะ!

ทำไมต้องเที่ยวโตเกียวช่วงสิ้นปี?

ก่อนที่เราจะพาไปเจาะลึกแต่ละสไตล์การเที่ยว มาทำความรู้จักกับเสน่ห์พิเศษของโตเกียวในช่วงเวลานี้กันก่อน


อากาศเย็นสบาย - ช่วงธันวาคมถึงต้นมกราคม อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 5-12 องศาเซลเซียส เย็นพอดีสำหรับการเดินเที่ยว ไม่หนาวจนเกินไป แต่ต้องเตรียมเสื้อกันหนาวไปด้วย

บรรยากาศเทศกาล - ไฟประดับสวยงามตระการตาทั่วเมือง ตลาดคริสต์มาส งานเคาท์ดาวน์ และประเพณีปีใหม่ญี่ปุ่นที่น่าสนใจ

ช้อปปิ้งคุ้ม - ช่วงสิ้นปีเป็นช่วงเซลส์ใหญ่ (Winter Sale) ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าจัดโปรโมชั่นสุดคุ้มมากมาย

อาหารตามฤดูกาล - เมนูพิเศษช่วงหนาว เช่น นาเบะ (Nabe - หม้อไฟญี่ปุ่น), โอเด็ง (Oden), ยากินิกุ และของหวานพิเศษตามเทศกาล

เกร็ดความรู้

เทศกาลไฟประดับ (Illumination) ซึ่งจัดขึ้นเป็นพิเศษในช่วงฤดูหนาว เทศกาลดอกไม้ไฟจะจัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะตามริมแม่น้ำ เช่น ริมแม่น้ำสุมิดะในโตเกียว ส่วนเทศกาลไฟประดับจะมีจัดตามเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ

สไตล์ช้อปปิ้ง - สวรรค์ของนักช้อป

สำหรับคนที่รักการช้อปปิ้ง โตเกียวช่วงสิ้นปีคือสวรรค์จริงๆ เพราะเป็นช่วง Winter Sale ที่ร้านค้าและห้างสรรพสินค้าชั้นนำจัดโปรโมชั่นลดราคาสูงสุดถึง 70-80%

ชินจูกุ (Shinjuku) - ศูนย์กลางช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุด

ชินจูกุเป็นหนึ่งในย่านช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดและคึกคักที่สุดในโตเกียว ที่นี่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่มากมาย เช่น:

Isetan - ห้างดีพาร์ทเมนท์สโตร์ระดับพรีเมียมที่มีของแบรนด์เนมและสินค้าคุณภาพสูง โดยเฉพาะชั้นใต้ดินที่เต็มไปด้วยอาหารและขนมหวานเกรดพรีเมียม (Depachika)

Takashimaya Times Square - ห้างขนาดใหญ่ที่มีทุกอย่างตั้งแต่แฟชั่น เครื่องสำอาง ของใช้ในบ้าน ไปจนถึงร้านหนังสือและร้านอาหาร

Lumine - ห้างที่เชื่อมต่อกับสถานีชินจูกุ เหมาะกับคนหาแฟชั่นสไตล์ญี่ปุ่นร่วมสมัย

Omoide Yokocho และ Golden Gai - ถ้าเหนื่อยจากการช้อป แวะมาพักผ่อนที่ซอกแคบๆ เหล่านี้ที่เต็มไปด้วยร้านอิซากายะและบาร์เล็กๆ น่ารักๆ

เกร็ดความรู้

เคล็ดลับ: ไปช้อปในวันธรรมดาจะคนน้อยกว่าวันหยุดเสาร์-อาทิทย์ และอย่าลืมแสดงพาสปอร์ตเพื่อรับส่วนลดปลอดภาษี (Tax-free) ที่ร้านค้าที่มีเครื่องหมาย Tax-free

ชิบูยะ (Shibuya) - แฟชั่นและเทรนด์ล่าสุด

ชิบูยะเป็นย่านแฟชั่นและวัฒนธรรมป๊อปสำหรับคนรุ่นใหม่ จุดเด่นคือ:

Shibuya 109 - ไอคอนของแฟชั่นสตรีทญี่ปุ่น มีร้านค้าแฟชั่นกว่า 100 ร้าน เหมาะกับวัยรุ่นและคนชอบแฟชั่นเทรนดี้

Shibuya Scramble Square - ตึกใหม่ที่มีร้านค้า ร้านอาหาร และจุดชมวิวชั้นบนที่เรียกว่า Shibuya Sky

Shibuya Hikarie - ช้อปปิ้งคอมเพล็กซ์สมัยใหม่ที่มีสินค้าแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และร้านอาหารหลากหลาย

Mega Don Quijote Shibuya - ร้านดิสเคานต์ยักษ์ใหญ่เปิด 24 ชั่วโมง มีสินค้าทุกอย่างตั้งแต่เครื่องสำอาง อาหารว่าง ของใช้ไปจนถึงอิเล็กทรอนิกส์

เกร็ดความรู้

อย่าลืมถ่ายรูปที่ Shibuya Crossing ทางม้าลายที่พลุกพล่านที่สุดในโลก โดยเฉพาะตอนเย็นที่ไฟประดับเปิดแล้วจะสวยมาก

ฮาราจูกุและโอโมเตะซันโด (Harajuku & Omotesando) - แฟชั่นและบูติก

ถนน Takeshita - ถนนแคบๆ เต็มไปด้วยร้านค้าแฟชั่น เครื่องสำอาง อาหารประหลาด และของที่ระลึกแปลกๆ เหมาะกับคนชอบสไตล์ Kawaii

Omotesando - ถนนที่ตกแต่งด้วยต้นไม้และไฟประดับสวยงาม มีร้านแบรนด์เนมระดับโลกและร้านค้าบูติกเรียงรายไปตามถนน บรรยากาศเหมือนได้มาเดินที่ช็องเซลิเซ่ของปารีส

Omotesando Hills - ช้อปปิ้งคอมเพล็กซ์หรูหราที่ออกแบบโดยสถาปนิก Tadao Ando มีร้านค้าแบรนด์ดังและคาเฟ่น่ารักๆ

Cat Street - ซอยเล็กๆ ที่เชื่อมระหว่างฮาราจูกุและชิบูยะ เต็มไปด้วยร้านค้าอินดี้ วินเทจ และสตรีทแฟชั่น


กินซ่า (Ginza) - ความหรูหราระดับพรีเมียม

ถ้าคุณกำลังมองหาของแบรนด์เนมและสินค้าหรูหรา กินซ่าคือคำตอบ

Ginza Six - ห้างสรรพสินค้าหรูหราที่ใหญ่ที่สุดในกินซ่า มีร้านค้าแบรนด์ดัง แกลลอรี่ศิลปะ และร้านอาหารชั้นดี

Mitsukoshi และ Matsuya - ห้างดีพาร์ทเมนท์สโตร์เก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี

Dover Street Market Ginza - คอนเซ็ปต์สโตร์ที่รวมแบรนด์แฟชั่นชั้นนำและดีไซเนอร์อินดี้

Uniqlo Ginza - ร้านเรือธงของ Uniqlo ที่ใหญ่ที่สุด มี 12 ชั้น

เกร็ดความรู้

เคล็ดลับ: ถนนสายหลักของกินซ่า (Chuo Dori) จะปิดการจราจรในวันหยุดเสาร์-อาทิทย์บ่าย 2 โมงถึง 5 โมงเย็น (Pedestrian Paradise) เดินเล่นสบายไม่ต้องกังวลเรื่องรถ

อาคิฮาบาระ (Akihabara) - สวรรค์ของออตาคุและเทคโนโลยี

สำหรับคนชอบอนิเมะ มังงะ เกม และอิเล็กทรอนิกส์

Yodobashi Camera - ร้านอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ที่มีทุกอย่างจากกล้อง คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า

Animate, Mandarake, และ Gamers - ร้านอนิเมะ มังงะ และฟิกเกอร์ที่ใหญ่ที่สุด

Super Potato - ร้านเกมรีโทรที่รวบรวมเกมและคอนโซลเก่าๆ

Maid Cafe - ลองประสบการณ์ที่คาเฟ่เมดที่มีเฉพาะในญี่ปุ่น

สไตล์วัฒนธรรมและประเพณี - สัมผัสความเป็นญี่ปุ่นแท้

ช่วงสิ้นปีเป็นช่วงเวลาสำคัญของประเพณีญี่ปุ่น โดยเฉพาะการเฉลิมฉลองปีใหม่ (Shogatsu) ที่ญี่ปุ่นถือว่าเป็นเทศกาลสำคัญที่สุดของปี


ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Shrine) - ไหว้ศาลเจ้ารับปีใหม่

ศาลเจ้าเมจิเป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่สำคัญและงดงามที่สุดในโตเกียว ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าไม้เขียวชอุ่มกว่า 100,000 ต้นในย่านฮาราจูกุ

Hatsumode (初詣) - ประเพณีการไปไหว้ศาลเจ้าครั้งแรกของปีใหม่ โดยทั่วไปคนญี่ปุ่นจะไปในช่วงวันที่ 1-3 มกราคม เพื่อขอพรสำหรับปีใหม่

สิ่งที่ต้องทำที่ศาลเจ้า:

  • Temizuya - ชำระร่างกายที่ท่อน้ำพิธีก่อนเข้าศาลเจ้า
  • Saisen - โยนเหรียญลงกล่องบริจาค (โดยทั่วไปใช้เหรียญ 5 เยน เพราะออกเสียงเหมือน "โชคดี")
  • Haiden - โค้งคำนับ 2 ครั้ง ตบมือ 2 ครั้ง อธิษฐาน แล้วโค้งคำนับอีก 1 ครั้ง
  • Omikuji - จับฉลากดวงชะตา ถ้าได้ดวงไม่ดีให้ผูกไว้ที่ศาลเจ้า ถ้าได้ดวงดีเก็บไว้
  • Omamori - ซื้อเครื่องรางนำโชคประเภทต่างๆ เช่น โชคดี สุขภาพ ความรัก การเรียน

เกร็ดความรู้

เคล็ดลับ: ถ้าไม่อยากเจอคนเยอะมาก แนะนำให้มาช่วงเช้าตรู่หรือหลัง 3 มกราคม จะมีคนน้อยลง บรรยากาศเงียบสงบเหมาะกับการสะท้อนความคิดและเริ่มต้นปีใหม่

วัดเซ็นโซจิ (Senso-ji Temple) - วัดเก่าแก่ในอาซากุสะ

วัดเซ็นโซจิเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในโตเกียว สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 628 ตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะที่ยังคงรักษาบรรยากาศโตเกียวสมัยเก่าไว้ได้


ไฮไลต์ของวัดเซ็นโซจิ:

  • Kaminarimon (ประตูฟ้าร้อง) - ประตูใหญ่สีแดงที่มีโคมไฟแดงขนาดยักษ์ห้อยอยู่ จุดถ่ายรูปสุดคลาสสิก
  • Nakamise Shopping Street - ถนนคนเดินยาวประมาณ 250 เมตร เต็มไปด้วยร้านค้าที่ขายของฝาก ขนมญี่ปุ่น และของที่ระลึกแบบดั้งเดิม
  • Hozomon Gate - ประตูสองชั้นที่งดงาม
  • Main Hall - อาคารหลักของวัดที่สามารถเข้าไปไหว้และอธิษฐานได้

ช่วงสิ้นปี: วัดจะจัดงานเทศกาลพิเศษ มีร้านอาหารและเกมมากมาย คนท้องถิ่นมาแต่งตัวกิโมโนและทำกิจกรรมตามประเพณี

สวนอิมพีเรียล (Imperial Palace East Gardens)

แม้พระราชวังจักรพรรดิจะไม่เปิดให้เข้าชมเสมอ แต่สวนด้านตะวันออก (East Gardens) เปิดให้เข้าชมฟรี ที่นี่คุณจะได้เห็นซากปราสาทเอโดะโบราณ สวนญี่ปุ่นที่สวยงาม และพืชพรรณตามฤดูกาล

เกร็ดความรู้

หมายเหตุ: ปิดทุกวันจันทร์และศุกร์ และปิดพิเศษช่วง 28 ธันวาคม - 3 มกราคม

ชมศิลปะและวัฒนธรรมที่พิพิธภัณฑ์

Tokyo National Museum (อุเอโนะ) - พิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีผลงานศิลปะและโบราณวัตถุมากกว่า 110,000 ชิ้น

Mori Art Museum (รวปปงงิ) - พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยที่ตั้งอยู่บนชั้น 53 ของ Roppongi Hills พร้อมวิวเมืองสวยงาม

teamLab Borderless และ teamLab Planets - พิพิธภัณฑ์ดิจิทัลอาร์ตที่โต้ตอบได้ ถือว่าเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ทันสมัยและน่าสนใจที่สุดในโลก ต้องจองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้า


ประสบการณ์วัฒนธรรมญี่ปุ่น

ใส่กิโมโน - เช่ากิโมโนใส่เดินเที่ยวในย่านอาซากุสะหรือกินซ่า มีร้านให้เช่ามากมายราคาประมาณ 3,000-6,000 เยน รวมการแต่งตัวและทำผม

Calligraphy และ Tea Ceremony - เรียนรู้ศิลปะการเขียนพู่กันญี่ปุ่นและพิธีชงชา มีคลาสสำหรับนักท่องเที่ยวหลายแห่ง

Sumo Tournament - ถ้าโชคดีมาช่วงที่มีการแข่งขันซูโม่ที่ Ryogoku Kokugikan อย่าพลาด (มกราคมมักจะมีการแข่งขัน)

สไตล์อาหาร - ตะลุยกินให้เต็มที่

อาหารญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายคนอยากมาเที่ยวโตเกียว ช่วงสิ้นปีมีเมนูพิเศษตามฤดูกาลและเทศกาลมากมาย


ตลาดปลาโทยวสุ (Toyosu Market) - สวรรค์ของคนรักซีฟู้ด

ตลาดปลาโทยวสุเป็นตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก แม้จะย้ายมาจากที่เดิมที่สึกิจิ (Tsukiji) แล้ว แต่ยังคงเป็นแหล่งอาหารทะเลสดที่ดีที่สุด

ไฮไลต์:

  • การประมูลปลาทูน่า - ถ้าอยากดู ต้องลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้าและมาถึงตั้งแต่ตีสาม
  • ร้านอาหารในตลาด - มีร้านซูชิและซาชิมิมากมายที่เสิร์ฟอาหารทะเลสดๆ ราคาไม่แพง แนะนำ Sushi Dai และ Daiwa Sushi (ต้องไปต่อคิวแต่เช้า)
  • Outer Market (ที่สึกิจิเดิม) - ยังคงมีร้านอาหารและร้านขายอาหารทะเลอยู่มากมาย ไม่ต้องไปถึงโทยวสุก็ทานได้

เกร็ดความรู้

เคล็ดลับ: ตลาดปิดทุกวันพุธ วันอาทิทย์บางสัปดาห์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ควรตรวจสอบปฏิทินล่วงหน้า และจำไว้ว่าช่วง 31 ธันวาคม - 4 มกราคมตลาดจะปิด

ย่านอาหารยอดนิยม

ชินจูกุ - Omoide Yokocho (Memory Lane)

  • ซอกแคบๆ ที่เต็มไปด้วยร้านอิซากายะเล็กๆ มีบรรยากาศโตเกียวโบราณ
  • ลองทาน yakitori (ไก่ย่าง), oden (เครื่องในต้มรวม), และ sake
  • เหมาะกับการทานอาหารเย็นและสังสรรค์

ชิบูยะ

  • Shibuya Yokocho - ตลาดอาหารในร่มที่รวบรวมอาหารจากทั่วญี่ปุ่น
  • Nonbei Yokocho - ซอกเล็กๆ เต็มไปด้วยบาร์และร้านอาหารน่ารักๆ

รวปปงงิ (Roppongi)

  • ย่านนานาชาติที่มีร้านอาหารหลากหลาย ตั้งแต่อาหารญี่ปุ่น ยุโรป อเมริกัน ไปจนถึงตะวันออกกลาง
  • ร้านอาหารมิชลินสตาร์มีมากมาย
  • Gonpachi - ร้านที่ใช้เป็นแรงบันดาลใจในหนัง Kill Bill

กินซ่า

  • ร้านอาหารระดับพรีเมียมและมิชลินสตาร์
  • Jiro Sushi - ร้านซูชิชื่อดังจากสารคดี "Jiro Dreams of Sushi" (ต้องจองล่วงหน้านานมาก)
  • Kyubey - ร้านซูชิชั้นนำที่ยอมรับทั่วโลก

ชิโมะคิตะซาวะ (Shimokitazawa)

  • ย่านฮิปสเตอร์ที่มีร้านกาแฟน่ารักๆ ร้านอาหารอินดี้ และบาร์แนวๆ
  • บรรยากาศชิลล์และราคาไม่แพงมาก

เมนูพิเศษช่วงหนาว

Nabe (หม้อไฟญี่ปุ่น)

  • อาหารรับหนาวยอดนิยม มีหลายแบบ เช่น sukiyaki, shabu-shabu, chanko nabe
  • ทานแบบรวมกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัว อบอุ่นและอร่อย

Oden (เครื่องในและผักต้ม)

  • อาหารต้มรวมที่มีขายตามร้านสะดวกซื้อและร้านอิซากายะ
  • เหมาะกับอากาศหนาวมาก

Ramen

  • ชามร้อนๆ ของราเมนในวันที่อากาศเย็นชื่นใจมาก
  • แนะนำร้าน: Ichiran (ราเมนโทงค็อตสึ), Afuri (ยูซุราเมน), Tsuta (ราเมนมิชลินสตาร์)

Taiyaki และ Imagawayaki

  • ขนมปลาไหว้ (taiyaki) และขนมถั่วแดง (imagawayaki) อุ่นๆ สำหรับว่างระหว่างเดินเที่ยว

KFC Christmas Dinner

  • ประเพณีแปลกๆ ของญี่ปุ่น

จำนวนผู้เข้าชม 73 ครั้ง